สวัสดีความรัก

posted on 23 Oct 2011 15:18 by babyturky

 

สวัสดี ความรักมาทักฉัน

แล้วถามกันว่ายังจำกันได้ไหม

ตั้งนานแล้วที่ความรักลาไปไกล

ก้ไม่เคยเตรียมใจให้กลับมา

ความคิดถึงได้เข้ามาแทนที่

นานนับปี คุ้นเคยกัน นานหนักหนา

แล้วจู่ จู่ ความรักก็กลับมา

แล้วฉับพลันน้ำตาก็ท่วมใจ

ยังหวาดกลัวกับความรักที่เคยผ่าน

ยังจมกับความร้าวรานไม่ไปไหน

จึงเอ่ยถามความรักว่า มาหาใคร

หากตั้งใจมาทำร้ายไม่ต้องมา

เพราะที่นี่ความเจ็บช้ำยังคงอยู่

หากไม่เชื่อลองเปิดดูที่ใจฉัน

ณ ที่นี่มีน้ำตามานานวัน

อย่าซ้ำเติมอย่าแกล้งกันกว่านี้เลย

ที่พูดไปใช่ว่าไม่อยากรัก

แต่กลัวใจเจ็บหนักกว่าทุกหน

เพียงแค่ใจเอยกเจอใครสักคน

ที่ไม่ปล่อยให้ฉันทนอยู่เดียวดาย

ขอแค่นี้ได้ไหมเล่าความรัก

ขอรู้จักเขาคนนี้จะได้ไหม

ขอให้เขาไม่เป็นเหมือนใครใคร

ขอมากไปหรือไม่ รักตอบที

 

 
กีตาร์สายขาด ภาพสะท้อนความงดงามของชีวิต ที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ

 

วันนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้อยู่ในห้องซ้อมดนตรี กับศิลปิน และนักดนตรีแบบตัวเป็นๆ ยิ่งดีใจเป็นสองต่อเมื่อการซ้อมดนตรีครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการซ้อมเล่นเพลงที่เราเป็นคนแต่งเนื้อร้องเองแล้ว ยังเป็นการซ้อมเพื่อใช้ในคอนเสิร์ตการกุศล ใจสีขาวกับดาวในสวนศิลป์ ที่กำลังจะมีขึ้น ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนโดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยและผุ้ติดเชื้อ HIV ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ

และระหว่างการซ้อมดนตรีอยู่นั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสายกีตาร์ของนักดนตรีของเราเกิดขาดกลางคันไปสายหนึ่ง ทำให้ต้องหยุดซ้อมกันไปพักนึง.....ก่อนจะมีเสียงของนักกีตาร์สายขาดคนนั้นพูดขึ้นมาว่า ไหนลองดู สิ(พร้อมกับลองเกลา กีตาร์ตัวนั้นด้วย คอร์ด สอง สาม คอร์ด ) .....อืมเล่นต่อได้ เดี๋ยวเลี่ยงเส้นนั้นเอา ......และแล้วการซ้อมก็ดำเนินต่อไป

กีตาร์สายขาดตัวนี้ได้สอนให้คนในห้อง อย่างน้อยๆก็เราคนหนึ่งได้เรียนรู้ว่า ถ้าเรารู้จักเลือกเอาด้านดีๆ ของสิ่งที่เรามีอยู่ออกมาใช้  และมองข้ามสิ่งที่เราไม่มีไปซะ  ชีวิตที่ขาดๆหายๆไปบ้างก็ใช่ว่าจะเป็นชีวิตที่มีความสุขไม่ได้ ขนาดกีตาร์สายขาด ยังเล่นเพลงให้เพราะได้เลย  เชื่อเราสิ    

ขอบคุณ บริษัทบางกอกบุรี ครีเอทีฟเฮ้าส์ เอื้อเฟื้อสถานที่ และ คนทำงานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ( ขอบคุณจริงๆ)

หลังจากที่ได้มีโอกาสชม ภาพคอนเสิร์ต คุณพระช่วยสำแดงสด โดยเฉพาะในช่วง ที่ อ. สมบัติ สิมหล้า ศิลปินแดนอีสานผู้พิการทางสายตา ขึ้นมาเดี่ยวแคน ประชันกับวง ออเครสตร้า ในบทเพลงของ คีตกวีระดับโลก อย่าง บีโธเฟ่น  ก็ทำหใ้อยากแสดงออกถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นมาถ่ายทอดและเก็บไว้ในความทรงจำของตนเอง

เสนาะยิ่งนักแล้ว

เพริศพริ้งแพรว คีตศิลป์

มรดกแห่งแผ่นดิน

อันมิควรถูกละเลย

เพียงหนึ่ง คน กับแคน

ก็สำแดง ให้โลกเชย

ดนตรีไทย นั้นมิเคย

เป็นที่สองรองแดนใด

ช่วงนี้กำลังอิน กับความรู้สึกเก่าๆ สมัยเป็น นักศึกษา และบังเอิญเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ มากระตุ้นใน Facebook ด้วย กาพย์กลอนที่ เหมือนจะโหมให้ อุดมการณ์เก่ามันลุกโชนขึ้นมา รอช้าอยู่ไย ก็ขอ ร่ายกลอนกลับ เพื่อระงับ อารมณ์ หึกเหิมใน อุดมการณ์วัยเยาว์หน่อยเถอะ

เริ่มนิราศนกน้อย จากร้อยถิ่น                                 จากเป็ดไก่ผู้บินหา เพชรในฝัน  

ผ่านทางโค้งทงเทง มานานวัน                             หวังสักวันเป็นเราชาวมอ ในมหาลัย  

เจอเหล่านกซาดิสต์ คิดลวงล่อ                                ให้ฉันท้อ ป้อแปล้ไม่เอาไหน

แต่เห็นเหล่านกน้อยในไร่ส้มอยู่ไม่ไกล               เห็นธงชัย สะบัดปลิว ริ้วล้อลม

เห็นเหล่าหนุ่ม comm. Arts ร้องมาร์ชสื่อสาร เห็นสาวสาว วัยเบิกบานดูงามสม

เห็นน้ำเงินแดงเกรียงไกร ดูน่าชม                         เห็น เพื่อนพ้องCAเราอยู่ร่วมกัน

จึงรวบรวมแรงใจให้ Higher                                เพื่อไปเจอ Victory ดั่งใจฝัน

มาเถอะ มา เรามาร่วมกัน                                        แล้ว ความรัก จะรวมฉันเข้ากับเธอ

เราจะรวมน้ำใจให้เป็นหนึ่ง                                   ซึ้งบทเพลงแห่งความผูกพัน มั่นเสมอ

 นิเทศจะมีชัยด้วยฉันเธอ                                       เมื่อพบเจอ จะ Boom MC ในตำนาน

ยืนองอาจ ทุกที่ นี่คือฉัน                                         เปล่งเสียงอัน กึกก้อง กังวานหวาน..

.เมื่อจำจาก ภาคภูมิใจ ไปแสนนาน                       ร้อง พวกเราสื่อสาร อย่างทรนง...

ไม่อยากเกริ่นนำอะไรมาก ไม่ได้อยากเขียน แต่แค่อยากระบาย ต่อความรู้สึกหดหู่ ที่มีต่อคนไทย ที่ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์ เลวร้ายแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ คนไทย ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีได้สักที

ในวันที่ เกิดเหตุการณ์ การจราจลในช่วง วันที่ 17 พค 53 ที่ผ่านมา พร้อมเหตุเพลิงไหม้ สถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ หนึ่งในหลายๆ ที่ ที่โดนร่างแห คือห้างสรรพสินค้า สุดหรู ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยของแบรนด์เนม  จากต่างประเทศ

เราไม่ได้ ยินดีกับการที่ห้างสรรพสินค้าถูกเผา แต่เราเสียใจที่ คนในสังคมออนไลน์ กลับพูดกันเป็นเรื่องใหญ่โต ว่า เอา พารากอน ของเราคืนมา เอา CTW ของเราคืนมา !!! คิดได้แค่นี้ จริงๆเหรอ จะมีไหม ที่คิดจะพูดว่า ไม่มีก้อไม่เป็นไร ชั้นเดินตลาดนัดของคนไทย ก้อได้ ไม่มีไม่เป็นไร อุดหนุน แม่ค้า พ่อขาย ตามตลาดในชุมชนของฉันเองก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร ของไทยดีๆ ไม่ได้ ขึ้นห้างมีอีกเยอะ มันอะไรกันนักหนา กับไอ้ค่านิยม สรรเสริญ ความฟุ้งเฟ้อเนี่ย เมื่อไหร่จะหยุดสักที

อายมากหรือไงที่ กินแกงส้ม ต้มยำ

อายมากหรือไง ถ้ากระเป๋าสักใบที่ใช้ใส่ของ จะซื้อจาก ตลาดนัด ข้างถนน ที่สนน ราคา 200 กว่าบาท

อายมากหรือไง ที่จะสั่ง เปีบซี่ ใส่ถุง ใส่น้ำแข็ง จาก ร้านโชห่วยแถวบ้าน

คุณรู้ไหม การที่คุณซื้อของในร้านค้า ในชุมชุน คือการช่วยชาติ ที่คุณรัก ( อย่างที่คุณพยายามบอก เหลือเกิน ว่า รักประเทศไทย) 1 คน ซื้อ คือ 1 ซื้อ แต่ถ้าทุกคนซื้อ ก็คือ กำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อน เศรษฐกิจแบบ องค์รวมของประเทศ เราเสียดุลย์ให้กับ ต่างชาติมาไม่รู้ เท่าไหร่

ไฟ ไหม้ได้แค่ตัวห้าง แต่ ความอยากและฟุ้งเฟ้อ ของเรา จะทำให้ เขามีกำลังสร้างมันกลับขึ้นมาใหม่ได้ไม่ยาก แต่เคยถามตัวเองไหม ว่า ของแบรนด์เนมอยู่ได้เพราะคุณ หรือคุณอยู่ได้เพราะของแบรนด์เนม